พรบ มอเตอร์ไซค์ คือประกันภัยภาคบังคับที่คุ้มครองผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกเมื่อได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ โดยมีเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแม้ยังไม่พิสูจน์ความผิด และอาจได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามเงื่อนไขกฎหมาย รถจักรยานยนต์ทุกคันจึงต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุเพื่อใช้ประกอบการชำระภาษีรถ
ก่อนตัดสินใจซื้อหรือค้นหาว่าต่อพรบรถจักรยานยนต์กี่บาท ควรตรวจสอบขนาดเครื่องยนต์ ข้อมูลรถ ระยะเวลาคุ้มครอง และขอบเขตสิทธิให้ถูกต้อง ค่าเบี้ยตามอัตรามาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 161.57 ถึง 645.21 บาทต่อปี โดยขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ เนื้อหาต่อไปนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าพ.ร.บ. คุ้มครองใครบ้าง แตกต่างจากประกันรถจักรยานยนต์อย่างไร และควรตรวจอะไรบ้างก่อนซื้อ
พรบ รถจักรยานยนต์คืออะไรและทำไมรถทุกคันต้องมี

ค่าต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ตามอัตรามาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 161.57 ถึง 645.21 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ ส่วนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 323.14 บาท เงินจำนวนนี้ไม่ได้ซื้อความคุ้มครองตัวรถ แต่ซื้อประกันภัยภาคบังคับที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยจากรถได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกฎหมาย
กฎหมายกำหนดให้รถจักรยานยนต์ที่นำมาใช้บนถนนต้องมีกรมธรรม์ที่ยังไม่หมดอายุ เป้าหมายคือสร้างหลักประกันขั้นต่ำให้ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก จึงต่างจากประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจที่เจ้าของรถเลือกซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครองได้เอง
เจ้าของรถมีหน้าที่จัดทำประกันภัย ส่วนผู้ครอบครองรถต้องตรวจให้แน่ใจว่ากรมธรรม์ยังใช้ได้ก่อนนำรถออกใช้งาน หากยืมรถของคนอื่นมาขับ ผู้ครอบครองไม่ควรอาศัยเพียงคำบอกว่าต่อแล้ว แต่ต้องตรวจวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครองจากหลักฐานของบริษัทประกันภัย
- ใช้กรมธรรม์ที่ยังมีผลเป็นหลักฐานประกอบการต่อทะเบียนรถประจำปี หาก พ.ร.บ. หมดอายุจะดำเนินการต่อทะเบียนไม่ได้จนกว่าจะซื้อความคุ้มครองใหม่
- ต่ออายุก่อนวันสิ้นสุดเพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่อง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดในช่วงกรมธรรม์ขาดอายุไม่สามารถย้อนกลับไปให้กรมธรรม์ฉบับใหม่รับผิดชอบได้
- แยกสถานะการต่อทะเบียนออกจากสถานะประกันภัยให้ชัด รถที่ภาษียังไม่หมดอายุไม่ได้แปลว่า พ.ร.บ. ยังใช้ได้เสมอ จึงต้องตรวจวันหมดอายุของทั้งสองรายการ
พรบ มอเตอร์ไซค์คุ้มครองใครบ้างและคุ้มครองอย่างไร
ผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง ได้แก่ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการใช้รถ ผู้ประสบภัยสามารถรับความคุ้มครองเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอผลพิสูจน์ความผิด ส่วนจำนวนค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจะพิจารณาตามสถานะของผู้ประสบภัยและผลการพิจารณาว่าใครเป็นฝ่ายรับผิด
หลักของ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์คือช่วยเรื่องชีวิตและร่างกายก่อน เช่น ค่ารักษาพยาบาล การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต หากรถคันหนึ่งชนคนเดินเท้า ผู้ขับขี่รถ ผู้โดยสารซ้อนท้าย และคนเดินเท้าที่ได้รับบาดเจ็บล้วนเข้าข่ายผู้ประสบภัย แต่สิทธิของแต่ละคนอาจไม่เท่ากันเมื่อมีการพิสูจน์ความผิดแล้ว
| ผู้ได้รับผลกระทบ | ลักษณะความคุ้มครอง | เงื่อนไขที่มีผลต่อสิทธิ |
|---|---|---|
| ผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกัน | รับความคุ้มครองต่อการบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด | หากเป็นฝ่ายผิด สิทธิจากรถคันที่ขับอาจจำกัดอยู่ที่ความคุ้มครองเบื้องต้น |
| ผู้โดยสารหรือผู้ซ้อนท้าย | ได้รับความคุ้มครองในฐานะผู้ประสบภัยจากรถ แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของรถ | ใช้ข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุและเอกสารทางการแพทย์ประกอบการพิจารณา |
| คนเดินเท้าหรือบุคคลภายนอก | ได้รับค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมกรณีสูญเสียชีวิตหรือร่างกายตามกฎหมาย | ต้องเชื่อมโยงได้ว่าความเสียหายเกิดจากการใช้รถที่เกี่ยวข้องกับเหตุ |
ตัวอย่างเช่น รถจักรยานยนต์เสียหลักชนแผงขายของจนผู้ขับขี่บาดเจ็บและเจ้าของร้านขาหัก พ.ร.บ. พิจารณาค่ารักษาร่างกายของทั้งสองคน แต่ไม่จ่ายค่าซ่อมรถหรือค่าแผงขายของที่เสียหาย เจ้าของทรัพย์สินต้องเรียกร้องจากผู้รับผิดหรือใช้ประกันภัยภาคสมัครใจที่มีความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สิน
ขอบเขตที่ไม่อยู่ใน พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ประกอบด้วยรายการต่อไปนี้
- ค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ของฝ่ายใดก็ตาม รวมถึงความเสียหายจากรถล้ม ไฟไหม้ หรือสูญหาย
- ค่าซ่อมรถคู่กรณี รั้วบ้าน ร้านค้า โทรศัพท์ เสื้อผ้า และทรัพย์สินอื่นที่เสียหายจากอุบัติเหตุ
- ค่าเสียประโยชน์จากการใช้รถและความรับผิดทางแพ่งส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน
- ค่ารักษาที่เกินวงเงินหรือรายการที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ผู้ประสบภัยต้องใช้สิทธิรักษาอื่นหรือเรียกร้องจากผู้รับผิดเพิ่มเติม
หากเกิดเหตุชนกันหลายคัน ผู้โดยสารและบุคคลภายนอกยังถือเป็นผู้ประสบภัย ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือกรมธรรม์หรือผู้จ่ายเบี้ยเอง การมีใบขับขี่หรือกรรมสิทธิ์ในรถไม่ใช่เงื่อนไขที่ใช้ตัดสิทธิความคุ้มครองเบื้องต้นของผู้บาดเจ็บ แต่พฤติการณ์ของผู้ขับขี่และผลพิสูจน์ความผิดมีผลต่อค่าสินไหมส่วนที่เกินจากความคุ้มครองเบื้องต้นได้
ประเภทความคุ้มครองและเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนซื้อ

ความคุ้มครองแบ่งเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นที่จ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด และค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิหลังพิจารณาความรับผิดแล้ว ผู้บาดเจ็บจึงไม่จำเป็นต้องรอคดีสิ้นสุดเพื่อเข้ารับการรักษา แต่การได้รับวงเงินส่วนถัดไปขึ้นอยู่กับหลักฐานและสถานะว่าเป็นฝ่ายผิดหรือเป็นผู้เสียหาย
| ประเภทความคุ้มครอง | ขอบเขตหลัก | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| ค่าเสียหายเบื้องต้น | ค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 30000 บาท และกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร 35000 บาท | ขอรับได้โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด หากเกิดทั้งการรักษาและความสูญเสีย วงเงินรวมเป็นไปตามเกณฑ์ของกฎหมาย |
| ค่าสินไหมหลังพิสูจน์ความรับผิด | ค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 80000 บาท กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงไม่เกิน 500000 บาท | ผู้ประสบภัยที่ไม่ใช่ฝ่ายผิดมีสิทธิได้รับตามความเสียหายจริงและเพดานที่กฎหมายกำหนด |
| การสูญเสียอวัยวะหรือสมรรถภาพ | จ่ายตามประเภทและระดับความสูญเสียในอัตราที่กฎหมายกำหนด | ต้องอาศัยผลตรวจและความเห็นทางการแพทย์ ไม่ได้พิจารณาจากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว |
| เงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาล | วันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน | ใช้กับผู้ประสบภัยที่มีสิทธิตามเกณฑ์และเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน |
เงื่อนไขที่ทำให้สิทธิแตกต่างกัน
ผู้ขับขี่ที่ถูกชี้ว่าเป็นฝ่ายผิดอาจได้รับจากกรมธรรม์รถที่ตนขับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้น ขณะที่ผู้โดยสาร คนเดินเท้า หรือผู้ขับขี่ฝ่ายที่ไม่ผิดมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมเพิ่มเติมตามวงเงินกฎหมาย ความแตกต่างนี้ทำให้ผลพิสูจน์ความรับผิดมีผลต่อยอดชดเชย แม้ทุกฝ่ายจะเริ่มใช้สิทธิเบื้องต้นได้ก่อน
หลักฐานต้องแสดงให้เห็นว่าอาการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตสัมพันธ์กับอุบัติเหตุจากรถ เอกสารทางการแพทย์ รายการค่าใช้จ่าย บันทึกเหตุ และข้อมูลรถที่เกี่ยวข้องจึงมีผลต่อการพิจารณา หากข้อมูลทะเบียนรถหรือรายละเอียดในกรมธรรม์ผิด บริษัทประกันภัยอาจต้องตรวจสอบเพิ่มและทำให้การใช้สิทธิล่าช้า
ข้อจำกัดต้องแยกจากความผิดจราจรให้ชัด การไม่มีใบขับขี่หรือการฝ่าฝืนกฎจราจรไม่ได้ทำให้ผู้บาดเจ็บทุกคนหมดสิทธิรับค่าเสียหายเบื้องต้นทันที แต่เหตุที่ไม่เกิดจากการใช้รถ การแสดงหลักฐานเท็จ การเรียกร้องค่าเสียหายซ้ำ หรือรายการที่เป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินไม่อยู่ในขอบเขตที่จะเบิกจาก พ.ร.บ.
ก่อนซื้อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ให้ตรวจข้อมูลที่มีผลต่อกรมธรรม์ดังนี้
- ตรวจเลขทะเบียน เลขตัวถัง ยี่ห้อ รุ่น และขนาดเครื่องยนต์ให้ตรงกับรถจริง
- กำหนดวันเริ่มความคุ้มครองให้ต่อเนื่องจากฉบับเดิม เพราะกรมธรรม์ใหม่ไม่คุ้มครองเหตุที่เกิดก่อนวันเริ่มต้น
- แจ้งประเภทการใช้รถตามความจริง โดยเฉพาะรถรับจ้างหรือรถที่จดทะเบียนใช้งานต่างจากรถส่วนบุคคล
- อ่านข้อยกเว้นและขอบเขตอาณาเขตในกรมธรรม์ โดยเฉพาะกรณีนำรถออกไปใช้นอกราชอาณาจักรหรือรถถูกนำไปใช้โดยมิชอบ
- เลือกซื้อจากบริษัทประกันภัยหรือตัวแทนที่ตรวจสอบได้ และขอหลักฐานที่ระบุเลขกรมธรรม์กับช่วงเวลาคุ้มครองชัดเจน
พรบ มอเตอร์ไซค์ต่างจากประกันรถจักรยานยนต์อย่างไร
พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ แต่ไม่จ่ายค่าซ่อมรถจักรยานยนต์หรือทรัพย์สินที่เสียหาย ส่วนประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจช่วยขยายความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น รถคู่กรณี รถของผู้เอาประกัน และความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
| ประเด็นเปรียบเทียบ | ประกันภัยภาคบังคับ | ประกันภัยภาคสมัครใจ |
|---|---|---|
| ผู้ได้รับความคุ้มครอง | ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ | ผู้เอาประกัน ผู้ขับขี่ คู่กรณี หรือบุคคลภายนอกตามประเภทและเงื่อนไขของกรมธรรม์ |
| ความเสียหายที่คุ้มครอง | ชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ | ชีวิต ร่างกาย รถ และทรัพย์สินตามแผนที่เลือก |
| ค่าซ่อมรถและทรัพย์สิน | ไม่คุ้มครองทั้งรถของตนเอง รถคู่กรณี และทรัพย์สินอื่น | อาจคุ้มครองรถคู่กรณี รถของตนเอง ไฟไหม้ หรือรถสูญหาย ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ |
| ค่าใช้จ่าย | เจ้าของรถต้องทำตามกฎหมาย ค่าเบี้ยพิจารณาตามประเภทรถ | เลือกซื้อได้ ค่าเบี้ยขึ้นอยู่กับระดับความคุ้มครอง ทุนประกัน และเงื่อนไขรับประกัน |
การมีเพียง พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์จึงไม่พอสำหรับค่าเสียหายที่เกิดกับตัวรถ ตัวอย่างเช่น หากขี่ชนรถยนต์ พ.ร.บ. อาจดูแลผู้บาดเจ็บตามสิทธิ แต่ค่าซ่อมรถยนต์คู่กรณีและมอเตอร์ไซค์ของตนต้องรับผิดชอบเอง หากไม่มีประกันภาคสมัครใจรองรับ
เจ้าของรถจักรยานยนต์จึงควรพิจารณามีทั้งสองแบบ โดยใช้ประกันภาคบังคับรองรับความเสียหายต่อคนตามกฎหมาย และเลือกประกันเสริมให้ตรงกับความเสี่ยงในการใช้งาน ก่อนซื้อให้ตรวจวงเงิน ความเสียหายส่วนแรก ข้อยกเว้น รายชื่อผู้ขับขี่ และเงื่อนไขซ่อม เพื่อไม่ให้เข้าใจว่าความคุ้มครองทุกอย่างรวมอยู่ในกรมธรรม์เดียว
เช็กพรบ รถจักรยานยนต์ก่อนซื้อและใช้สิทธิ

ตรวจข้อมูลรถและระยะเวลาคุ้มครองให้ตรงก่อนชำระเงิน เพราะข้อมูลผิดอาจทำให้การต่อทะเบียนรถหรือการใช้สิทธิล่าช้า ไม่ว่าจะซื้อผ่านสำนักงาน ตัวแทน หรือซื้อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ออนไลน์ ควรได้รับหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
ใช้รายการต่อไปนี้ตรวจเอกสารให้ครบ
- ตรวจประเภทรถ ขนาดเครื่องยนต์ เลขทะเบียน จังหวัด และเลขตัวถังให้ตรงกับคู่มือจดทะเบียน
- เทียบชื่อเจ้าของรถหรือผู้เอาประกันกับเอกสารที่ใช้ทำรายการ
- ดูวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง เพื่อไม่ให้เกิดช่วงที่ พ.ร.บ. ขาดอายุ
- ยืนยันชื่อบริษัทประกันภัย เลขที่กรมธรรม์ และสถานะการชำระเงินก่อนออกจากหน้าร้านหรือระบบออนไลน์
- เก็บใบ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ใบเสร็จ และไฟล์กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในจุดที่ค้นหาได้ทันที
- บันทึกหมายเลขแจ้งเหตุและช่องทางติดต่อบริษัทประกันภัยไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุให้รักษาพยาบาล แจ้งเหตุ และเตรียมเอกสารสำหรับเบิก พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ตามขั้นตอนของผู้รับประกันภัย
คำถามที่พบบ่อย
ผู้โดยสารซ้อนท้ายได้รับความคุ้มครองจากพรบ มอเตอร์ไซค์หรือไม่
ผู้โดยสารซ้อนท้ายได้รับความคุ้มครองจากพรบ มอเตอร์ไซค์เมื่อบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการใช้รถจักรยานยนต์ สิทธิจะครอบคลุมเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง การได้รับสิทธิไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้โดยสารเป็นผู้ขับขี่หรือไม่
พรบ มอเตอร์ไซค์คุ้มครองคนขับที่เป็นฝ่ายผิดหรือไม่
พรบ มอเตอร์ไซค์ยังอาจคุ้มครองผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดในส่วนของเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามเงื่อนไขกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมอาจต้องพิจารณาความรับผิดและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจรายละเอียดกรมธรรม์และหลักเกณฑ์การเคลมให้ชัดเจน
เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คันเดียวสามารถใช้พรบได้หรือไม่
สามารถใช้สิทธิพรบได้หากผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถคันนั้น แม้จะไม่มีรถคู่กรณี การขอรับสิทธิต้องมีหลักฐานเหตุการณ์และเอกสารทางการแพทย์ตามที่หน่วยงานหรือบริษัทประกันกำหนด
พรบ มอเตอร์ไซค์คุ้มครองค่าซ่อมรถหรือทรัพย์สินหรือไม่
พรบ มอเตอร์ไซค์ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถจักรยานยนต์หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน เพราะเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย หากต้องการคุ้มครองตัวรถหรือทรัพย์สินควรพิจารณาประกันรถจักรยานยนต์เพิ่มเติม

