การเตรียมความพร้อมเรื่องเงินเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องรู้เมื่อถึงกำหนดเวลา โดยบทความนี้เป็นการเจาะลึกหนึ่งแง่มุมของเรื่อง ต่อใบขับขี่ออนไลน์ เพื่อให้คุณสามารถเตรียมค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ หรือแม้แต่รถสาธารณะ เราได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ ทุกประเภทมาไว้ให้แบบครบจบในที่เดียว ผู้อ่านจะได้ทราบถึงยอดเงินรวมที่ต้องจ่ายจริงตั้งแต่ค่าคำขอไปจนถึงค่าออกบัตร พร้อมทั้งช่องทางการชำระเงินที่กรมการขนส่งทางบกรองรับในปัจจุบัน เพื่อให้การทำธุรกรรมของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด
เจาะลึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนไปกรมการขนส่งทางบก
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนไปกรมการขนส่งทางบกประกอบด้วยค่าคำขอจำนวน 5 บาทและค่าธรรมเนียมการออกบัตรตามประเภทของยานพาหนะ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการต่ออายุใบขับขี่ซึ่งเน้นเจาะลึกเฉพาะเรื่องเงินที่คุณต้องเตรียมให้พร้อม เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและวางแผนชำระค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำที่สุด
ผู้ใช้รถหลายคนมักสับสนว่าต้องเตรียมเงินไปเท่าไรจึงจะเพียงพอ การเจาะลึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนไปกรมการขนส่งทางบกจะช่วยให้คุณบริหารเวลาได้ดีขึ้น โดยปกติแล้วคุณจะต้องเตรียมงบประมาณสำหรับสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือค่าใบรับรองแพทย์ซึ่งต้องดำเนินการตรวจและขอเอกสารจากคลินิกหรือโรงพยาบาลก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง ราคาจะอยู่ประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยบาทขึ้นอยู่กับแต่ละสถานพยาบาล ส่วนที่สองคือเงินที่ต้องจ่าย ณ จุดให้บริการของกรมการขนส่งทางบกโดยตรง ซึ่งจะประกอบไปด้วยค่าคำขอและค่าบริการออกบัตรพลาสติกแบบสมาร์ทการ์ด
เมื่อคุณจองคิวออนไลน์และอบรมภาคทฤษฎีผ่านระบบอีเลิร์นนิงเรียบร้อยแล้ว การทราบตัวเลขค่าใช้จ่ายที่แน่นอนจะช่วยลดความล่าช้าหน้าเคาน์เตอร์ ไม่ว่าคุณจะเลือกจ่ายด้วยเงินสดหรือสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ การเตรียมงบประมาณให้พอดีตามข้อมูลที่เราจัดเตรียมไว้ในหัวข้อถัดไปจะทำให้ขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตใหม่ราบรื่นไม่มีสะดุด
ตารางสรุปค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล

ตารางสรุปค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลทุกรูปแบบจะอยู่ที่ราคา 505 บาทถ้วน แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 500 บาทและค่าคำขอ 5 บาท ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนประเภทจากชนิดชั่วคราวเป็น 5 ปีหรือต่ออายุแบบ 5 ปีเป็น 5 ปีก็ใช้ตัวเลขรวมเดียวกันทั้งหมด
เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนและเตรียมเงินได้ถูกต้องแม่นยำ เราได้สรุปค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลไว้ในรูปแบบตารางเปรียบเทียบดังนี้
| กรณีการต่ออายุใบอนุญาต | ค่าคำขอ (บาท) | ค่าธรรมเนียม (บาท) | ยอดรวมสุทธิ (บาท) |
|---|---|---|---|
| เปลี่ยนชนิดชั่วคราว 2 ปี เป็น 5 ปี | 5 | 500 | 505 |
| ต่ออายุชนิด 5 ปี เป็น 5 ปี | 5 | 500 | 505 |
จากตารางจะเห็นได้ว่าโครงสร้างราคาของกรมการขนส่งทางบกถูกกำหนดไว้เป็นมาตรฐานเดียวสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากใบอนุญาตแบบชั่วคราว 2 ปีไปเป็นชนิด 5 ปีจะต้องชำระเงินในอัตราเดียวกับผู้ที่ถือใบอนุญาตชนิด 5 ปีอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือบัตรที่คุณจะได้รับเป็นรูปแบบพลาสติกสมาร์ทการ์ดทั้งหมดซึ่งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดตามมาตรฐานสากล โดยค่าบริการทำบัตรพลาสติกได้ถูกรวมอยู่ในอัตราเหมาจ่ายนี้เรียบร้อยแล้ว คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องจ่ายค่าถ่ายรูปหรือพิมพ์บัตรแยกต่างหากเหมือนในอดีต
อัตราค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์
อัตราค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลในปัจจุบันอยู่ที่ยอดรวม 255 บาทถ้วน ประกอบด้วยค่าใบอนุญาต 250 บาทและค่าคำขอ 5 บาท ซึ่งครอบคลุมทั้งกรณีเปลี่ยนจากชนิดชั่วคราว 2 ปีเป็น 5 ปีและการต่ออายุ 5 ปีเป็น 5 ปีตามปกติ
| กรณีการต่ออายุใบอนุญาต | ค่าคำขอ (บาท) | ค่าธรรมเนียม (บาท) | ยอดรวมสุทธิ (บาท) |
|---|---|---|---|
| เปลี่ยนชนิดชั่วคราว 2 ปี เป็น 5 ปี | 5 | 250 | 255 |
| ต่ออายุชนิด 5 ปี เป็น 5 ปี | 5 | 250 | 255 |
สำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์หน้าใหม่ที่ถือใบอนุญาตชนิดชั่วคราว 2 ปีและมีกำหนดต้องเปลี่ยนเป็นชนิด 5 ปี คุณจะต้องชำระเงินในอัตราเดียวกับผู้ที่ต่ออายุใบอนุญาตจาก 5 ปีเป็น 5 ปีเช่นกัน โดยยอดเงิน 255 บาทนี้เป็นมาตรฐานที่บังคับใช้ทั่วประเทศไม่ว่าจะดำเนินการที่สำนักงานขนส่งจังหวัดใดก็ตาม นอกจากนี้ยอดดังกล่าวยังรวมค่าบริการจัดทำบัตรพลาสติกแบบสมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ได้รับความสะดวกและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิกเพิ่มเติม
หากคุณเป็นผู้ที่ต้องเดินทางไปชำระค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์พร้อมกันในวันเดียว คุณสามารถคำนวณยอดรวมสุทธิได้โดยนำ 505 บาทมารวมกับ 255 บาท ซึ่งได้ยอดรวมเท่ากับ 760 บาทถ้วน การทราบอัตราค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ที่แน่ชัดล่วงหน้าจะช่วยให้คุณโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อสแกนจ่ายได้อย่างรวดเร็ว หรือหากสะดวกใช้เงินสดก็สามารถเตรียมธนบัตรและเหรียญไปให้พอดีเพื่อประหยัดเวลารอเงินทอนในวันที่มีประชาชนมารอรับบริการจำนวนมาก
ค่าธรรมเนียมสำหรับรถสาธารณะและใบขับขี่ประเภทอื่นๆ

ค่าธรรมเนียมสำหรับรถสาธารณะและใบขับขี่ประเภทอื่นๆ ประกอบด้วยรถยนต์สาธารณะราคา 305 บาท รถจักรยานยนต์สาธารณะ 155 บาท และใบอนุญาตขับรถชนิดที่ 2 สำหรับรถบรรทุกราคา 205 บาท โดยทุกประเภทได้รวมค่าคำขอ 5 บาทไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างหรือรถบรรทุกสามารถเตรียมเงินตามยอดรวมนี้เพื่อไปดำเนินการที่สำนักงานขนส่งได้ทันที
สำหรับรายละเอียด ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ ในกลุ่มรถรับจ้างสาธารณะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ มีการกำหนดโครงสร้างราคาแยกตามลักษณะการใช้งานดังต่อไปนี้
- รถยนต์สาธารณะหรือแท็กซี่ มีอายุใบอนุญาต 3 ปี ค่าธรรมเนียมรวม 305 บาท ประกอบด้วยค่าใบอนุญาต 300 บาท และค่าคำขอ 5 บาท
- รถจักรยานยนต์สาธารณะหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มีอายุใบอนุญาต 3 ปี ค่าธรรมเนียมรวม 155 บาท ประกอบด้วยค่าใบอนุญาต 150 บาท และค่าคำขอ 5 บาท
- รถสามล้อสาธารณะหรือตุ๊กตุ๊ก มีอายุใบอนุญาต 3 ปี ค่าธรรมเนียมรวม 155 บาท ประกอบด้วยค่าใบอนุญาต 150 บาท และค่าคำขอ 5 บาท
- ใบอนุญาตขับรถชนิดที่ 2 หรือรถบรรทุก มีอายุใบอนุญาต 3 ปี ค่าธรรมเนียมรวม 205 บาท ประกอบด้วยค่าใบอนุญาต 200 บาท และค่าคำขอ 5 บาท
ผู้ขับขี่ที่ต้องการเปลี่ยนประเภทจากรถยนต์ส่วนบุคคลเป็นรถยนต์สาธารณะ จะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา ได้แก่ ใบรับรองแพทย์รูปแบบใหม่และผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มที่ต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้านอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการออกบัตรตามปกติ เพื่อให้กระบวนการที่สำนักงานขนส่งเสร็จสิ้นภายในวันเดียว
อัปเดตช่องทางการชำระเงินค่าธรรมเนียมในปัจจุบัน
อัปเดตช่องทางการชำระเงินค่าธรรมเนียมในปัจจุบัน ผู้มาติดต่อสามารถเลือกจ่ายด้วยเงินสดที่หน้าเคาน์เตอร์ของกรมการขนส่งทางบก หรือชำระผ่านระบบคิวอาร์โค้ดด้วยแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งของทุกธนาคาร การเพิ่มช่องทางออนไลน์นี้ช่วยลดการสัมผัสและทำให้กระบวนการรับบัตรมีความรวดเร็วกว่าในอดีตที่ต้องรอเงินทอน
ขั้นตอนการชำระ ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ รูปแบบใหม่มีความสะดวกสบายอย่างมาก เมื่อผู้ขับขี่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและนั่งถ่ายรูปติดบัตรเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งยอดเงินรวมที่ต้องชำระ หากไม่ต้องการจ่ายเงินสด ผู้ขับขี่สามารถแจ้งความประสงค์ขอสแกนจ่ายได้ทันที เจ้าหน้าที่จะสร้างคิวอาร์โค้ดเฉพาะบุคคลบนหน้าจอ เมื่อสแกนและระบบธนาคารตัดยอดเงินสำเร็จ ใบเสร็จรับเงินรวมถึงตัวบัตรแข็งจะถูกพิมพ์ออกมามอบให้ผู้ขับขี่ในทันที
นอกจากการชำระเงินที่เคาน์เตอร์บริการแล้ว ผู้ที่ทำการจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ยังสามารถตรวจสอบรายละเอียดของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องเตรียมล่วงหน้าได้จากหน้าจอสรุปการจอง แม้ในปัจจุบันระบบขนส่งจะยังไม่เปิดให้กดชำระเงินล่วงหน้าตัดผ่านแอปพลิเคชันจองคิวโดยตรง แต่การทราบยอดเงินที่แน่นอนล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้มาติดต่อสามารถเตรียมเงินสดให้พอดี หรือเช็กยอดเงินในบัญชีธนาคารบนมือถือให้พร้อมก่อนถึงวันนัดหมายได้อย่างไร้รอยต่อ
ค่าปรับและค่าใช้จ่ายแฝงกรณีต่อใบขับขี่ล่าช้า

ค่าปรับและค่าใช้จ่ายแฝงกรณีต่อใบขับขี่ล่าช้า ทางกรมการขนส่งทางบกจะไม่มีการเรียกเก็บค่าปรับเป็นตัวเงินบวกเพิ่มจากค่าบริการปกติเมื่อบัตรหมดอายุ แต่ผู้ขับขี่จะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายแฝงจากการขอใบรับรองแพทย์ใหม่ รวมถึงการเสียเวลาเพื่อทดสอบสมรรถภาพ สอบข้อเขียน หรือสอบปฏิบัติใหม่ทั้งหมดหากปล่อยขาดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
แม้ว่า ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ จะยังคงคิดในอัตรามาตรฐานตามประเภทของยานพาหนะ แต่การปล่อยให้บัตรหมดอายุจะนำมาซึ่งเงื่อนไขการทดสอบที่เข้มงวดและกินเวลามากขึ้นดังต่อไปนี้
- กรณีหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่จะต้องทำการสอบข้อเขียนใหม่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 50 ข้อ โดยต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 90 จึงจะสามารถไปชำระเงินเพื่อออกบัตรใหม่ได้
- กรณีหมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป ผู้ขับขี่จะต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมดเสมือนผู้ที่ไม่เคยมีใบอนุญาตมาก่อน ซึ่งได้แก่ การเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎี การสอบข้อเขียน และการขับรถทดสอบสอบปฏิบัติในสนามจริง
นอกจากค่าเสียเวลาแล้วยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้แก่ ค่าใบรับรองแพทย์คลินิกซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ราคาหลักร้อยบาท รวมถึงความเสี่ยงในการถูกเจ้าพนักงานตำรวจเปรียบเทียบปรับจากการพกพาใบอนุญาตที่หมดอายุขณะขับขี่บนท้องถนน ดังนั้นการตรวจสอบวันหมดอายุบนหน้าบัตรและจองคิวดำเนินการล่วงหน้าจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
บทสรุปการเตรียมตัวชำระเงินเมื่อไปกรมการขนส่งทางบก
การทราบยอดเงินที่แน่นอนล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้ขับขี่ดำเนินการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและไม่เสียเวลา โดยรวมแล้วค่าใช้จ่ายหลักจะประกอบไปด้วยค่าคำขอจำนวนห้าบาทบวกกับราคาของใบอนุญาตแต่ละประเภท ซึ่งรถยนต์ส่วนบุคคลจะอยู่ที่ห้าร้อยห้าบาทและรถจักรยานยนต์จะอยู่ที่สองร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน สำหรับผู้ที่สะดวกทำธุรกรรมแบบไร้เงินสดก็สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารได้ทันที สิ่งสำคัญที่อยากเน้นย้ำคือควรตรวจสอบวันหมดอายุบนบัตรเดิมให้ดีและไปดำเนินการก่อนกำหนดหรือภายในเวลาที่กฎหมายอนุโลม เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากในการต้องทดสอบสมรรถภาพหรือสอบข้อเขียนใหม่ เพียงเตรียมเอกสารให้พร้อมและพกเงินสดหรือสมาร์ทโฟนสำหรับสแกนจ่าย เท่านี้ขั้นตอนทุกอย่างก็จะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
คำถามที่พบบ่อย
ต่อใบขับขี่แบบชั่วคราวเป็นแบบห้าปีต้องจ่ายเงินกี่บาท
ยอดรวมสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลจะเท่ากับห้าร้อยห้าบาทถ้วน โดยแบ่งออกเป็นค่าคำขอห้าบาทและค่าใบอนุญาตห้าร้อยบาท ส่วนรถจักรยานยนต์จะมียอดรวมเท่ากับสองร้อยห้าสิบห้าบาท
สามารถจ่ายค่าทำใบขับขี่ผ่านบัตรเครดิตได้หรือไม่
ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกยังไม่รองรับการชำระผ่านบัตรเครดิตที่หน้าเคาน์เตอร์ ผู้ติดต่อสามารถเลือกชำระด้วยเงินสดหรือใช้วิธีสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านโมบายแบงก์กิ้งเพื่อความสะดวกแทนได้
ปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุนานเกินหนึ่งปีต้องเสียค่าปรับเพิ่มไหม
หน่วยงานไม่มีการเรียกเก็บค่าปรับเป็นตัวเงินเพิ่มเติมเมื่อมาดำเนินการล่าช้า แต่ผู้ขับขี่จะต้องเสียเวลาในการอบรม สอบข้อเขียน หรือสอบปฏิบัติใหม่ตามเงื่อนไขระยะเวลาที่ขาดต่ออายุ
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับขี่สากลอยู่ที่ราคาเท่าไหร่
ค่าใช้จ่ายในการขอรับใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศมีอัตราเท่ากับห้าร้อยห้าบาทถ้วน ซึ่งผู้ขอรับบริการจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วนเพื่อยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่ง

