ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเท่ากับ 505 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเท่ากับ 255 บาท โดยเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรวมกับค่าคำขอ ยังไม่รวมใบรับรองแพทย์และค่าเดินทางที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม
การเตรียมงบให้พอดีจึงควรแยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าใช้จ่ายประกอบอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนต่อใบขับขี่ออนไลน์และต้องเดินทางไปดำเนินการบางขั้นตอนที่สำนักงาน บทความนี้สรุปยอดที่ควรเตรียมสำหรับใบขับขี่แต่ละประเภท รวมถึงกรณีเปลี่ยนจากใบอนุญาตชั่วคราว 2 ปีเป็นใบอนุญาตส่วนบุคคล 5 ปี เพื่อช่วยตรวจสอบยอดก่อนชำระได้ถูกต้อง
ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่แต่ละประเภทจ่ายเท่าไร

รถยนต์ส่วนบุคคลเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 500 บาทและค่าคำขอ 5 บาท รวม 505 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเสีย 250 บาทและค่าคำขอ 5 บาท รวม 255 บาท อัตรานี้ใช้ทั้งการต่อใบอนุญาตชนิด 5 ปีและการเปลี่ยนจากใบขับขี่ 2 ปีเป็น 5 ปีตามประเภทรถ
ผู้ที่อบรมผ่าน DLT e-Learning หรือนัดหมายเพื่อต่อใบขับขี่ออนไลน์ยังต้องชำระค่าธรรมเนียมเมื่อไปดำเนินการออกใบอนุญาต การอบรมและการจองคิวไม่ได้รวมค่าธรรมเนียมออกบัตรไว้ล่วงหน้า
| รายการดำเนินการ | ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต | ค่าคำขอ | ยอดรวม |
|---|---|---|---|
| ต่อใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี | 500 บาท | 5 บาท | 505 บาท |
| ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี | 250 บาท | 5 บาท | 255 บาท |
| เปลี่ยนใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 2 ปีเป็น 5 ปี | 500 บาท | 5 บาท | 505 บาท |
| เปลี่ยนใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 2 ปีเป็น 5 ปี | 250 บาท | 5 บาท | 255 บาท |
ดังนั้น ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ 5 ปีไม่ได้คิดตามจำนวนปีแบบปีต่อปี แต่กำหนดตามชนิดใบอนุญาตและประเภทรถ ผู้ที่มีทั้งใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องยื่นคำขอและชำระแยกกัน หากดำเนินการทั้งสองประเภท ยอดค่าธรรมเนียมราชการรวมเท่ากับ 760 บาท
ส่วนราคาเปลี่ยนใบขับขี่ 2 ปีเป็น 5 ปีไม่ได้เพิ่มจากอัตราต่อใบอนุญาต 5 ปีของรถประเภทเดียวกัน รถยนต์ยังรวม 505 บาท และรถจักรยานยนต์ยังรวม 255 บาท แต่ผู้ยื่นต้องมีคุณสมบัติและเอกสารครบตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบกจึงจะออกใบอนุญาตชนิด 5 ปีได้
ค่าใช้จ่ายอื่นที่ควรรวมไว้ในงบต่อใบขับขี่

นอกจากค่าธรรมเนียมราชการ 505 บาทสำหรับรถยนต์หรือ 255 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์แล้ว ให้เผื่องบสำหรับใบรับรองแพทย์ การเดินทาง และค่าบริการของช่องทางชำระเงินหากช่องทางนั้นเรียกเก็บ ส่วนการอบรมต่ออายุผ่าน DLT e-Learning ไม่มีค่าอบรม จึงไม่ต้องนำไปบวกในยอดเตรียมเงิน
| รายการ | ผู้เรียกเก็บ | วิธีรวมในงบ |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าคำขอ | กรมการขนส่งทางบก | รวม 505 บาทสำหรับรถยนต์ หรือ 255 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์ |
| ใบรับรองแพทย์ | สถานพยาบาลที่ออกเอกสาร | สอบถามราคาจากคลินิกหรือโรงพยาบาลที่จะใช้บริการ |
| การอบรมผ่าน DLT e-Learning | ไม่มีค่าอบรม | ไม่ต้องบวกเพิ่มในงบค่าธรรมเนียม |
| ค่าเดินทางและที่จอดรถ | ผู้ให้บริการเดินทางหรือสถานที่จอดรถ | คำนวณตามระยะทาง วิธีเดินทาง และจำนวนครั้งที่ต้องไปสำนักงาน |
| ค่าบริการชำระเงิน | ผู้ให้บริการของช่องทางที่เลือก | ตรวจยอดก่อนยืนยันและบวกเฉพาะเมื่อมีการเรียกเก็บจริง |
ใบรับรองแพทย์เป็นค่าใช้จ่ายภายนอก ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของค่าคำขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ราคาจึงขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล ควรสอบถามทั้งราคา ระยะเวลาออกเอกสาร และข้อมูลที่ต้องนำไปแสดงก่อนเข้ารับบริการ เพื่อไม่ต้องเดินทางซ้ำเพราะเอกสารใช้ไม่ได้ตามเงื่อนไขของงานที่ยื่น
ตัวอย่างการตั้งงบสำหรับต่อใบขับขี่รถยนต์คือ 505 บาท บวกค่าใบรับรองแพทย์ บวกค่าเดินทางและที่จอดรถ แล้วบวกค่าบริการชำระเงินเฉพาะที่ปรากฏก่อนชำระ สำหรับรถจักรยานยนต์ให้ใช้ 255 บาทเป็นฐานและบวกค่าใช้จ่ายภายนอกแบบเดียวกัน หากทำรถยนต์และรถจักรยานยนต์พร้อมกัน ให้ใช้ค่าธรรมเนียมราชการรวม 760 บาทก่อนบวกค่าใช้จ่ายอื่น โดยไม่บวกค่าอบรมออนไลน์เพิ่ม
เช็กยอดให้ถูกก่อนชำระค่าต่อใบขับขี่

ตรวจชนิดรถและชนิดใบอนุญาตก่อนใช้ยอด 505 บาทหรือ 255 บาท เพราะสองยอดนี้เป็นอัตราของรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตามลำดับ จากนั้นตรวจว่ามีค่าคำขอ 5 บาทรวมอยู่แล้ว และเทียบรายการในใบเสร็จกับบริการที่ดำเนินการจริง
ใช้รายการต่อไปนี้ตรวจยอดก่อนจ่ายเงิน
- ตรวจชื่อใบอนุญาตบนบัตรเดิมว่าเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หรือใบอนุญาตประเภทอื่น
- ตรวจอายุใบอนุญาตและงานที่ยื่นว่าเป็นการต่อใบอนุญาตชนิด 5 ปี หรือเปลี่ยนใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว 2 ปีเป็นชนิด 5 ปี
- แยกยอดตามประเภทรถเมื่อทำรถยนต์และรถจักรยานยนต์พร้อมกัน ไม่ใช้ค่าธรรมเนียมของใบหนึ่งแทนอีกใบหนึ่ง
- รวมค่าคำขอ 5 บาทกับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพียงครั้งเดียวต่อคำขอ และอย่าบวกซ้ำเมื่อยอดที่แจ้งเป็นยอดรวมแล้ว
- อ่านรายการในใบเสร็จให้ตรงกับชนิดใบอนุญาต จำนวนคำขอ และจำนวนเงินที่ชำระ หากพบรายการไม่ตรงให้สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนออกจากจุดบริการ
- แยกค่าใบรับรองแพทย์ ค่าเดินทาง และค่าบริการชำระเงินออกจากค่าธรรมเนียมของกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ตรวจสอบยอดราชการได้ชัดเจน
- หลีกเลี่ยงการนำยอดรถส่วนบุคคลไปใช้กับรถสาธารณะ รถบรรทุก หรือใบอนุญาตประเภท ท.2 เพราะใช้อัตรา คุณสมบัติ และเงื่อนไขคนละชุด ให้ตรวจประเภทงานกับกรมการขนส่งทางบกก่อนเตรียมเงิน
คำถามที่พบบ่อย
ต่อใบขับขี่ต้องเตรียมเงินสำหรับใบรับรองแพทย์แยกหรือไม่
ต้องเตรียมเงินสำหรับใบรับรองแพทย์แยกจากค่าธรรมเนียมราชการ ใบรับรองแพทย์ไม่รวมอยู่ในยอด 505 บาทสำหรับรถยนต์หรือ 255 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลที่เลือกใช้บริการ
ถ้าต่อใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์พร้อมกันต้องจ่ายเท่าไร
หากต่อใบขับขี่ทั้งสองประเภทรวมกัน ค่าธรรมเนียมราชการเท่ากับ 760 บาท ยอดนี้เกิดจากค่าต่อใบขับขี่รถยนต์ 505 บาท รวมกับรถจักรยานยนต์ 255 บาท และยังไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์หรือค่าเดินทาง
ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ชำระที่ไหนได้บ้าง
ชำระได้ตามช่องทางที่กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานที่รับดำเนินการกำหนด ผู้ขอต่อใบขับขี่ควรตรวจสอบช่องทางและวิธีชำระของสถานที่ที่จะไปก่อนเดินทาง เพราะระบบออนไลน์อาจครอบคลุมเฉพาะบางขั้นตอน ไม่ใช่การชำระค่าธรรมเนียมทุกกรณี
ทำไมยอดต่อใบขับขี่ของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน
ยอดอาจไม่เท่ากันเพราะประเภทรถ ชนิดใบอนุญาต และค่าใช้จ่ายประกอบของแต่ละคนแตกต่างกัน ค่าธรรมเนียมราชการของรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีอัตราไม่เท่ากัน ขณะที่ค่าใบรับรองแพทย์และค่าเดินทางขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและระยะทาง

