การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายที่หลายคนมักสงสัยว่าปัจจุบันต้องเตรียมเงินไปเท่าไร บทความนี้จึงรวบรวม ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ ทุกประเภทมาอัปเดตให้ทราบกันแบบชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ หรือการเปลี่ยนจากชนิดชั่วคราวเป็นแบบ 5 ปี เพื่อให้คุณวางแผนเตรียมเงินสดหรือแอปพลิเคชันธนาคารให้พอดีกับยอดชำระ นอกจากนี้สำหรับคนที่ดำเนินการ ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ในขั้นตอนการอบรมภาคทฤษฎีมาเรียบร้อยแล้ว การทราบยอดเงินที่แน่นอนจะช่วยให้ขั้นตอนการชำระเงินหน้าเคาน์เตอร์รวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้อ่านจะได้ทราบถึงอัตราค่าดำเนินการหลัก รวมถึงค่าบริการเพิ่มเติมที่ควรเตรียมสำรองไว้ เพื่อให้การทำธุรกรรมของคุณราบรื่นและเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วที่สุด
อัปเดตค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์
การเตรียมเงินสดหรือแอปพลิเคชันธนาคารให้พร้อมตามยอดเป๊ะๆ ช่วยลดเวลาหน้าเคาน์เตอร์กรมการขนส่งทางบกได้อย่างมาก แม้ปัจจุบันประชาชนจะสามารถอบรมและจองคิว ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ได้ล่วงหน้า แต่ขั้นตอนการชำระเงินยังคงต้องดำเนินการเมื่อไปถึงสำนักงานขนส่งในวันนัดหมาย การทราบอัตราค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ที่ถูกต้องจึงทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและราบรื่นที่สุด ผู้ขับขี่ไม่ต้องเสียเวลาสอบถามหรือเตรียมเงินสำรองเกินความจำเป็น
นอกจากนี้ บางสำนักงานขนส่งอาจมีช่องทางรับชำระเงินที่แตกต่างกันหรือมีข้อจำกัดเรื่องเงินทอน การรู้ยอดเงินที่แน่นอนล่วงหน้าจึงช่วยให้ผู้ใช้รถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์วางแผนการเดินทางและบริหารเวลาได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องต่อใบอนุญาตหลายประเภทพร้อมกันในวันเดียว
สรุปค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ส่วนบุคคลแบบ 5 ปี

ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลต้องเตรียมเงินทั้งหมด 505 บาท ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลต้องเตรียมเงิน 255 บาทสำหรับการต่ออายุใบอนุญาตจาก 5 ปีเป็น 5 ปี โครงสร้างราคาดังกล่าวเกิดจากการนำค่าธรรมเนียมใบอนุญาตมารวมกับค่าคำขอตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก ทำให้ผู้ใช้บริการทราบตัวเลขสุทธิที่ต้องจ่ายได้ทันที
ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล
ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบ 5 ปีซึ่งใกล้หมดอายุหรือหมดอายุไปแล้ว จะต้องชำระเงินรวมทั้งสิ้น 505 บาท ยอดนี้แบ่งออกเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถยนต์ 500 บาท และค่าคำขออีก 5 บาท หากต้องการขอรับใบอนุญาตแบบสมาร์ทการ์ดที่มีคิวอาร์โค้ด ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้รวมรูปแบบนี้ไว้เป็นมาตรฐานโดยไม่มีการเก็บเงินเพิ่มจากอัตราปกติ ผู้ขับขี่จะได้รับบัตรแข็งที่พกพาง่ายและสามารถใช้เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันใบอนุญาตขับขี่เสมือนจริงได้ทันที
ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
สำหรับผู้ใช้งานมอเตอร์ไซค์ ยอดรวมที่ต้องชำระเมื่อหน้าเคาน์เตอร์คือ 255 บาท ตัวเลขนี้ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 250 บาท และค่าคำขอ 5 บาทเช่นเดียวกันกับการต่อใบอนุญาตรถยนต์ ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่ต้องการดำเนินการทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์พร้อมกัน จะต้องชำระเงินรวมเป็น 760 บาท
| ประเภทใบอนุญาต (5 ปี เป็น 5 ปี) | ค่าใบอนุญาต (บาท) | ค่าคำขอ (บาท) | รวมที่ต้องชำระ (บาท) |
|---|---|---|---|
| รถยนต์ส่วนบุคคล | 500 | 5 | 505 |
| รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล | 250 | 5 | 255 |
ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้เปลี่ยนจากชนิดชั่วคราวเป็น 5 ปี
การเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตจากชนิดชั่วคราวอายุ 2 ปี ไปเป็นแบบส่วนบุคคลอายุ 5 ปี จะใช้เงิน 505 บาทสำหรับรถยนต์ และ 255 บาทสำหรับมอเตอร์ไซค์ อัตรานี้เป็นตัวเลขเดียวกับการต่ออายุแบบ 5 ปีปกติ เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกคิดค่าใช้จ่ายตามระยะเวลา 5 ปีบวกกับค่าคำขอ 5 บาทเท่ากัน ผู้ขับขี่เพียงแค่ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเช่น ใบรับรองแพทย์ เพื่อประกอบการเปลี่ยนประเภทบัตรก่อนนำไปประเมินยอดชำระหน้าเคาน์เตอร์
อัตราใหม่สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล
ผู้ที่พ้นกำหนดการใช้ใบขับขี่ชั่วคราวและต้องการเปลี่ยนเป็นแบบ 5 ปีเต็ม จะต้องชำระค่าใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล 500 บาท พร้อมค่าคำขอ 5 บาท รวมเป็นเงิน 505 บาท เงื่อนไขสำคัญคือสามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ 60 วันก่อนใบอนุญาตชั่วคราวฉบับเดิมหมดอายุ เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้ขับขี่จะได้รับการถ่ายรูปใหม่และพิมพ์บัตรแข็งใบใหม่ทันที ซึ่งต้นทุนในการถ่ายรูปและพิมพ์บัตรได้ถูกรวมอยู่ในยอด 505 บาทเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้บริการจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเตรียมเงินเพิ่ม
อัตราใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องการเปลี่ยนจากใบอนุญาตชั่วคราวเป็นแบบ 5 ปี จะมียอดรวม 255 บาท แบ่งเป็นค่าใบอนุญาต 250 บาทและค่าคำขอ 5 บาท การจ่ายยอดนี้จะทำให้ผู้ขับขี่ได้รับสิทธิ์การใช้งานรถจักรยานยนต์บนท้องถนนอย่างถูกต้องตามกฎหมายไปอีก 5 ปีเต็ม โดยระหว่างกระบวนการ ผู้รับบริการจะต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเบื้องต้นก่อนไปรับบัตรคิวชำระเงิน ซึ่งการทดสอบเหล่านี้ไม่มีการเก็บค่าบริการใดๆ เพิ่มเติม เมื่อจ่ายยอด 255 บาทเสร็จสิ้นก็สามารถรอรับบัตรใหม่เพื่อนำไปใช้งานได้เลย
ค่าบริการเพิ่มเติมที่ต้องเตรียมเงินสำรอง

เงินสำรองที่ควรเตรียมเผื่อไว้เมื่อไปต่อใบอนุญาตขับรถคือประมาณ 100 ถึง 300 บาทเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ นอกเหนือจากค่าบริการหลัก สิ่งที่ผู้คนมักลืมคำนวณไว้ก่อนคือค่าใบรับรองแพทย์ที่ต้องไปขอใหม่จากสถานพยาบาลทุกครั้ง และอาจมีค่าใช้จ่ายทางอ้อมเพิ่มเติมหากปล่อยให้เอกสารเดิมหมดอายุเกินกำหนดเวลาจนต้องเสียเวลาอบรมหรือสอบใหม่
ค่าแผ่นป้ายพลาสติกสมาร์ทการ์ดและถ่ายรูป
ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกจะเรียกเก็บค่าคำขอ 5 บาท และค่าถ่ายรูปพิมพ์บัตรพลาสติกสมาร์ทการ์ดจำนวน 100 บาท ซึ่งยอด 105 บาทนี้ถูกบวกรวมอยู่ในยอดรวม 505 บาทสำหรับรถยนต์และ 255 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์เรียบร้อยแล้ว ผู้ต่อใบขับขี่จึงไม่ต้องเตรียมเงินเพิ่มสำหรับส่วนนี้อีกในวันทำการ แต่หากเป็นการขอใบแทนกรณีบัตรสูญหายหรือชำรุด จะมีค่าธรรมเนียมแยกต่างหากตามประเภทของการดำเนินการ
ค่าใบรับรองแพทย์และค่าปรับรอดำเนินการ
สิ่งที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มแน่นอนคือค่าใบรับรองแพทย์ ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่เข้าไปใช้บริการ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 100 ถึง 200 บาท และต้องเป็นใบรับรองแพทย์ตามรูปแบบที่แพทยสภารับรองซึ่งมีอายุการใช้งานไม่เกิน 1 เดือน นอกจากนี้หากปล่อยให้ใบขับขี่เดิมหมดอายุเกิน 1 ปีจนถึง 3 ปีขึ้นไป แม้จะไม่มีค่าปรับตามกฎหมายจราจรที่ขนส่งโดยตรง แต่จะต้องเสียเวลาและค่าเดินทางมาสอบข้อเขียนหรือสอบปฏิบัติใหม่ ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝงที่ควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด
เปรียบเทียบความคุ้มค่าของอัตราค่าธรรมเนียมรายปี
เมื่อนำยอดเงินทำใบขับขี่รถยนต์แบบ 5 ปีจำนวน 500 บาทมาหารเฉลี่ย จะตกอยู่เพียงปีละ 100 บาทเท่านั้น ในขณะที่รถจักรยานยนต์แบบ 5 ปีราคา 250 บาทจะเฉลี่ยเพียงปีละ 50 บาท การต่อใบอนุญาตแบบระยะยาวจึงมีความคุ้มค่าสูงมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาคุ้มครองการขับขี่ที่ได้รับตลอดห้าปีเต็ม
ความคุ้มค่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเงินที่ถูกลงเมื่อนำมาหารต่อปี แต่ยังช่วยประหยัดต้นทุนแฝงอื่นๆ ได้มหาศาล ผู้ขับขี่ไม่ต้องเสียเวลาลางาน ค่าเดินทาง ค่าใบรับรองแพทย์ หรือแม้กระทั่งค่าคำขอ 5 บาทและค่าถ่ายรูปบัตรสมาร์ทการ์ด 100 บาทบ่อยๆ การเปลี่ยนจากชนิดชั่วคราว 2 ปีมาเป็นแบบ 5 ปีในครั้งแรกจึงเป็นจุดที่คุ้มค่าที่สุดเพราะจ่ายเพิ่มเพียงไม่กี่ร้อยบาทแต่ได้อายุการใช้งานเพิ่มขึ้นถึงกว่าสองเท่าตัว
ช่องทางการชำระเงินค่าธรรมเนียมที่สำนักงานขนส่ง

ผู้ที่เดินทางมาทำธุรกรรมที่สำนักงานขนส่งสามารถเลือกจ่ายเงินได้ทั้งรูปแบบเงินสดและคิวอาร์โค้ดผ่านโมบายแบงก์กิ้ง กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุงระบบรับชำระเงินหน้าเคาน์เตอร์ให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคดิจิทัลมากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกและลดความแออัดในอาคาร
การเตรียมความพร้อมสำหรับชำระด้วยเงินสด
หากสะดวกจ่ายด้วยเงินสด ควรเตรียมธนบัตรและเหรียญให้พอดีกับยอดที่ต้องชำระ เช่น 505 บาทสำหรับรถยนต์ หรือ 255 บาทสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ การเตรียมเงินเป๊ะๆ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาการรอเงินทอน และทำให้คิวโดยรวมในวันนั้นขยับได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร
ช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันคือการสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันของทุกธนาคารพาณิชย์ เมื่อถึงคิวชำระเงิน เจ้าหน้าที่จะสร้างคิวอาร์โค้ดที่ระบุยอดค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่แบบแม่นยำขึ้นมาบนหน้าจอ ผู้ใช้บริการเพียงแค่เปิดแอปธนาคาร สแกน และกดยืนยันยอดเงิน ระบบจะตัดบัญชีและออกใบเสร็จให้ทันทีโดยไม่มีการหักค่าบริการการโอนเพิ่มเติม ถือเป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
กรณีใบขับขี่หมดอายุเกินกำหนดต้องเสียค่าปรับเพิ่มหรือไม่
ผู้ขับขี่ไม่ต้องเสียค่าปรับเพิ่มเติมเมื่อใบอนุญาตหมดอายุเกินกำหนด การชำระเงินจะคิดตามอัตราปกติของประเภทรถนั้นๆ เพียงแต่ผู้ขับขี่อาจจะต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพ การสอบข้อเขียน หรือการสอบขับรถใหม่ตามเงื่อนไขระยะเวลาที่ปล่อยให้หมดอายุ
ทำใบอนุญาตขับรถหายหรือชำรุดมีค่าใช้จ่ายเท่าไร
การออกใบแทนกรณีสูญหายหรือชำรุดจะมีค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 105 บาท ซึ่งแบ่งเป็นค่าธรรมเนียมคำขอและค่าตัวบัตรใบแทน ผู้ที่ต้องการขอรับใบแทนสามารถดำเนินการที่สำนักงานขนส่งได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบการต่ออายุปกติ
ค่าธรรมเนียมสำหรับใบขับขี่สาธารณะต่างจากส่วนบุคคลอย่างไร
อัตราค่าใช้จ่ายของรถสาธารณะจะถูกกว่ารถส่วนบุคคลเนื่องจากมีอายุใบอนุญาตที่สั้นกว่า โดยรถยนต์สาธารณะแบบ 3 ปีจะอยู่ที่ 300 บาท และรถจักรยานยนต์สาธารณะ 3 ปีอยู่ที่ 150 บาท ผู้ขับขี่จะต้องชำระค่าคำขอเพิ่มอีก 5 บาทตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก
ชาวต่างชาติที่ต้องการต่ออายุใบอนุญาตขับรถในไทยเสียค่าใช้จ่ายเท่ากันหรือไม่
ชาวต่างชาติจะเสียค่าใช้จ่ายในอัตราเดียวกันกับคนไทยทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ การคิดยอดเงินจะอ้างอิงจากประเภทของรถและระยะเวลาของใบอนุญาตตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

