ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งเริ่มจากรายงานตัวและตรวจหลักฐาน รับคิวเข้าทดสอบสมรรถภาพ ชำระค่าธรรมเนียม ถ่ายรูป และรับบัตรใบขับขี่ โดยควรทำตามลำดับที่เจ้าหน้าที่กำหนดและตรวจข้อมูลบนบัตรให้เรียบร้อยก่อนเดินทางกลับ
แม้การต่อใบขับขี่ออนไลน์จะช่วยให้อบรมหรือจองคิวล่วงหน้าได้ แต่ผู้ขับขี่ยังต้องไปยืนยันตัวตนและดำเนินการบางส่วนที่สำนักงานขนส่ง เนื้อหาต่อไปนี้จะพาไล่ตั้งแต่การเข้าจุดรายงานตัว การใช้เครื่องทดสอบสายตาและปฏิกิริยา วิธีรับมือเมื่อขั้นตอนติดขัด ไปจนถึงการตรวจบัตรใบใหม่ เพื่อให้เตรียมตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง
ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งมีลำดับอย่างไร

แม้การต่อใบขับขี่ออนไลน์จะช่วยให้อบรมใบขับขี่ออนไลน์หรือจองคิวล่วงหน้าได้ แต่ผู้ขับยังต้องไปสำนักงานขนส่งเพื่อยืนยันตัวตน ตรวจหลักฐาน ทดสอบสมรรถภาพ ชำระเงิน ถ่ายรูป และรับใบอนุญาตขับรถด้วยตนเอง งานออนไลน์จึงเป็นการจัดการบางส่วนก่อนเข้าสำนักงาน ไม่ได้แทนกระบวนการออกบัตรทั้งหมด
- รายงานตัวที่จุดประชาสัมพันธ์หรือช่องบริการตามเวลานัด พร้อมแจ้งประเภทใบขับขี่และลักษณะคำขอให้ชัดเจน
- ยืนยันการจองคิวและส่งหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตรวจ เช่น บัตรประชาชน ใบขับขี่เดิม ใบรับรองแพทย์ หรือผลการอบรมตามกรณี
- เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามสถานีที่กำหนด ซึ่งอาจครอบคลุมการมองเห็นสี สายตาทางลึก สายตาทางกว้าง และปฏิกิริยาเท้า
- นำผลทดสอบกลับไปยังช่องดำเนินการ รอเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลและตรวจเงื่อนไขการออกใบอนุญาตขับรถ
- ชำระค่าธรรมเนียมตามประเภทคำขอ แล้วเข้าจุดถ่ายรูปใบขับขี่
- รับบัตร ตรวจชื่อ นามสกุล เลขประจำตัว ประเภทใบอนุญาต และวันสิ้นอายุก่อนออกจากสำนักงาน
ลำดับจุดบริการอาจสลับกันตามผังของแต่ละสำนักงาน จำนวนผู้ใช้บริการ และประเภทคำขอ เช่น การต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์กับรถยนต์อาจถูกแยกคนละช่อง ผู้ที่จองคิวต่อใบขับขี่จึงควรยึดป้ายหน้าจุดบริการและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในวันนัดเป็นหลัก
รายงานตัว รับคิว และตรวจหลักฐานก่อนเข้าจุดทดสอบ
เมื่อถึงสำนักงานขนส่ง ให้ไปยังจุดรายงานตัวของผู้จองคิวหรือติดต่อประชาสัมพันธ์ก่อน อย่าเข้าคิวตามคนด้านหน้าโดยยังไม่ตรวจว่าช่องนั้นรับคำขอประเภทใด เพราะช่องต่ออายุ ช่องทำใหม่ และช่องสำหรับรถคนละประเภทอาจแยกจากกัน
เจ้าหน้าที่จะตรวจตัวตน รายการนัด ประเภทใบอนุญาต และหลักฐานที่คำขอนั้นต้องใช้ เอกสารอาจประกอบด้วยบัตรประชาชน ใบขับขี่เดิม ใบรับรองแพทย์ และข้อมูลการอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ตามเงื่อนไขของผู้ยื่นแต่ละราย ส่วนค่าธรรมเนียมให้เตรียมตามประเภทใบอนุญาตและช่องทางชำระเงินที่สำนักงานรองรับ โดยยังไม่ต้องชำระจนกว่าเจ้าหน้าที่จะแจ้ง
ก่อนรับบัตรคิวหรือออกจากจุดตรวจหลักฐาน ให้ลงมือเช็กรายการต่อไปนี้
- ยืนยันชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนให้ตรงกับเอกสารทุกฉบับ รวมถึงข้อมูลที่ใช้จองคิว
- แจ้งประเภทคำขอให้ครบว่าเป็นการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือดำเนินการมากกว่าหนึ่งประเภท
- แสดงหลักฐานฉบับจริงและข้อมูลการนัดตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ โดยจัดเอกสารให้อยู่ในสภาพอ่านได้ชัดเจน
- เปิดหลักฐานการอบรมจากช่องทางที่ใช้งานจริง หากระบบยังไม่แสดงผล ให้แจ้งชื่อ เลขประจำตัว และช่วงเวลาที่อบรมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบ
- ตรวจช่องบริการ หมายเลขคิว และจุดรอถัดไปจากใบนัดหรือป้ายประกาศก่อนเดินออกจากเคาน์เตอร์
- สอบถามทันทีเมื่อชื่อในระบบไม่ตรง ผลอบรมไม่ปรากฏ หรือเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเอกสารขาด อย่ากดจองใหม่หรือเริ่มอบรมซ้ำเองก่อนทราบสาเหตุ
ข้อมูลไม่ตรงมักแก้ได้เร็วขึ้นเมื่อมีเอกสารต้นฉบับและหลักฐานการทำรายการอยู่พร้อม เช่น หน้ายืนยันการจองคิวหรือหน้าผลอบรมที่เห็นชื่อผู้เข้าอบรมชัดเจน หากมาผิดช่อง ให้กลับไปยังประชาสัมพันธ์เพื่อเปลี่ยนจุดบริการ แทนการรอจนถึงคิวแล้วจึงพบว่าเจ้าหน้าที่ช่องนั้นรับคำขอคนละประเภท
ทดสอบสายตาและปฏิกิริยาต้องทำอะไรบ้าง

ผู้เข้ารับบริการต้องใช้เครื่องทดสอบตามสถานีและตอบสนองต่อสัญญาณตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ งานหลักคือบอกสีที่มองเห็น ปรับวัตถุให้มีระยะตรงกัน มองสัญญาณด้านข้างโดยไม่หันศีรษะ และเหยียบเบรกเมื่อสัญญาณเปลี่ยน เครื่องมือกับลำดับสถานีอาจต่างกัน จึงต้องฟังคำอธิบายหน้างานก่อนเริ่มทุกครั้ง
| สถานีทดสอบ | สิ่งที่ต้องทำ | ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| การมองเห็นสี | บอกสีของดวงไฟหรือจุดสีที่เจ้าหน้าที่สุ่มแสดง | ตอบก่อนเห็นสัญญาณชัด เดาจากตำแหน่ง หรือใช้ชื่อสีไม่ตรงกับที่เจ้าหน้าที่กำหนด |
| สายตาทางลึก | ควบคุมแท่งหรือวัตถุให้เลื่อนไปอยู่ในแนวเดียวกับวัตถุอ้างอิง | กดปุ่มค้างจนวัตถุเลยแนว หรือมองจากมุมเอียงแทนการวางศีรษะตรงจุดกำหนด |
| สายตาทางกว้าง | มองจุดด้านหน้าและบอกสีหรือสัญญาณที่ปรากฏบริเวณด้านข้าง | หันตาหรือศีรษะตามสัญญาณ ทำให้ไม่ได้วัดการมองเห็นรอบข้างตามวิธีของเครื่อง |
| ปฏิกิริยาเท้า | เหยียบคันเร่งตามคำสั่ง แล้วถอนเท้าไปเหยียบเบรกเมื่อเห็นสัญญาณให้หยุด | วางเท้าผิดแป้น มองเท้าตัวเอง หรือยกเท้าช้าหลังสัญญาณเปลี่ยน |
วิธีทำแต่ละสถานีให้ตรงคำสั่ง
การทดสอบตาบอดสีมักให้ผู้ทดสอบยืนหรือนั่งในตำแหน่งที่กำหนด แล้วเรียกชื่อสีตามไฟหรือจุดที่เจ้าหน้าที่ชี้ ให้รอจนเห็นสัญญาณก่อนตอบและใช้ชื่อสีสั้นตรงไปตรงมา หากไม่ได้ยินคำสั่งหรือไม่แน่ใจว่าต้องตอบสีของจุดใด ให้ขอให้เจ้าหน้าที่อธิบายวิธีอีกครั้งแทนการเดา แสงสะท้อนบนแว่นหรือการยืนคลาดจากจุดที่กำหนดอาจทำให้มองสัญญาณยากขึ้น จึงต้องจัดตำแหน่งใบหน้าและแว่นตามคำแนะนำ
การทดสอบสายตาทางลึกใช้วัตถุสองชิ้นเป็นตัวเปรียบเทียบ โดยชิ้นหนึ่งอยู่กับที่และอีกชิ้นเลื่อนไปข้างหน้าหรือข้างหลังได้ ผู้ทดสอบกดปุ่มเพื่อขยับวัตถุ แล้วหยุดเมื่อเห็นว่าทั้งสองอยู่ในแนวระยะเดียวกัน จุดที่พลาดบ่อยคือรีบกดโดยยังไม่เข้าใจว่าปุ่มใดเลื่อนไปทิศไหน หรือกดค้างจนแท่งผ่านตำแหน่งที่ต้องการ ควรทดลองจับจังหวะตามที่เจ้าหน้าที่อนุญาตและมองด้วยท่านั่งตรง ไม่ชะโงกเปลี่ยนมุมระหว่างทดสอบ
สถานีสายตาทางกว้างต้องตรึงสายตาไว้ด้านหน้า ขณะที่เครื่องแสดงสัญญาณบริเวณซ้ายหรือขวา เป้าหมายคือดูว่ารับรู้สิ่งที่เกิดด้านข้างได้หรือไม่โดยไม่หันไปมองตรงๆ ผู้ทดสอบจึงไม่ควรเหลือบตามสัญญาณหรือหมุนศีรษะ หากสวมแว่นตามเงื่อนไขในใบอนุญาต ให้ใช้แว่นตามปกติและจัดกรอบแว่นไม่ให้บดบังด้านข้าง
การทดสอบปฏิกิริยาเริ่มจากวางเท้าตามตำแหน่งที่เจ้าหน้าที่บอก เครื่องอาจให้เหยียบคันเร่งเพื่อจำลองการขับ แล้วเปลี่ยนสัญญาณให้ถอนเท้าไปเหยียบเบรก การจ้องหน้าจอหรือไฟสัญญาณและเตรียมส้นเท้าให้อยู่ในท่าที่ขยับได้ทันทีช่วยลดการเคลื่อนไหวเกินจำเป็น อย่ายกเท้ารอไว้ก่อนสัญญาณ เพราะเครื่องต้องวัดการตอบสนองหลังเห็นสัญญาณจริง
ระหว่างการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ให้หยุดฟังจนเจ้าหน้าที่อธิบายจบแล้วจึงจับปุ่ม เหยียบแป้น หรือเริ่มตอบ หากเครื่องส่งสัญญาณไม่ชัด อุปกรณ์ไม่อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้ หรือเข้าใจคำสั่งไม่ตรงกัน ให้แจ้งก่อนเริ่ม การขอคำอธิบายวิธีใช้เครื่องไม่ใช่การขอคำตอบ และช่วยป้องกันผลผิดพลาดจากการใช้อุปกรณ์ไม่ถูกวิธี ทั้งนี้สำนักงานขนส่งแต่ละแห่งอาจจัดสถานีหรือใช้เครื่องทดสอบไม่เหมือนกันทั้งหมด ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ประจำสถานีนั้น
ถ้าทดสอบไม่ผ่านหรือข้อมูลไม่ครบควรทำอย่างไร
ให้หยุดดำเนินการและสอบถามเจ้าหน้าที่ทันทีว่าติดปัญหาที่ผลทดสอบ เอกสาร หรือข้อมูลในระบบ หากเข้าใจคำสั่งคลาดเคลื่อน ให้ขอคำอธิบายก่อนทดสอบใหม่ตามสิทธิและระเบียบของจุดบริการ ไม่ควรเดาคำตอบหรือพยายามผ่านการทดสอบโดยปกปิดข้อจำกัดของตนเอง
กรณีทดสอบสายตาหรือการทดสอบปฏิกิริยาไม่ผ่าน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตามตรงว่าไม่เห็นสัญญาณ มองสีไม่ชัด กะระยะไม่ได้ หรือใช้อุปกรณ์ผิด เจ้าหน้าที่จะอธิบายวิธีทดสอบและแจ้งว่าสามารถทำใหม่ได้เมื่อใด หากความผิดพลาดเกิดจากการฟังคำสั่งไม่ครบหรือยังไม่คุ้นกับเครื่อง ควรทวนสิ่งที่ต้องทำให้เข้าใจก่อนเริ่มรอบใหม่ แทนการกดหรือบอกคำตอบแบบคาดเดา
หากยังมองเห็นไม่ชัดแม้เข้าใจวิธีทดสอบแล้ว หรือมีอาการเห็นภาพซ้อน แยกสีลำบาก กะระยะผิดบ่อย หรือมองด้านข้างได้จำกัด ควรรับคำแนะนำจากสำนักงานขนส่งและไปประเมินการมองเห็นเพิ่มเติมกับจักษุแพทย์หรือสถานพยาบาล การฝืนทดสอบหรือปิดบังอาการอาจทำให้ผ่านจุดบริการไปได้ยาก และข้อจำกัดนั้นยังส่งผลต่อความปลอดภัยขณะขับรถจริง
ถ้ากระบวนการหยุดเพราะหลักฐานไม่ครบ ให้ถามชื่อเอกสารที่ขาด รูปแบบที่ยอมรับ และต้องกลับมายื่นที่ช่องใด พร้อมจดคำแนะนำไว้ให้ชัด หากผลอบรมใบขับขี่ออนไลน์ไม่ปรากฏในระบบ ให้ตรวจข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ลงทะเบียนและแสดงหลักฐานการอบรมที่มีแก่เจ้าหน้าที่ อย่าสมัครอบรมใหม่หรือแก้ข้อมูลเองทันทีจนกว่าจะทราบสาเหตุ เพราะปัญหาอาจเกิดจากข้อมูลไม่ตรงกันหรือระบบยังตรวจสอบรายการไม่สำเร็จ
เมื่อจำเป็นต้องกลับมาใหม่ ให้ขอทราบว่าต้องจองคิวต่อใบขับขี่อีกครั้งหรือสามารถดำเนินการต่อจากจุดเดิมได้ รวมถึงสอบถามว่าเอกสารและผลทดสอบส่วนที่ผ่านแล้วต้องยื่นซ้ำหรือไม่ วิธีนี้ช่วยให้แก้เฉพาะรายการที่ติดขัดโดยไม่ทำขั้นตอนที่ไม่จำเป็นซ้ำทั้งหมด
ชำระเงิน ถ่ายรูป และตรวจบัตรก่อนกลับ

เมื่อผ่านการตรวจสอบและการทดสอบครบแล้ว ให้รอเรียกชำระค่าธรรมเนียมตามรายการและประเภทใบอนุญาต จากนั้นเข้าจุดถ่ายรูป รับใบขับขี่ และตรวจข้อมูลกับสภาพบัตรทันที หากพบความผิดพลาดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนออกจากสำนักงานขนส่ง
ช่วงท้ายของการออกใบอนุญาตขับรถมีหลายจุดที่ต้องยืนยันข้อมูล จึงควรทำตามเช็กลิสต์นี้โดยไม่รีบออกจากจุดบริการ
- รอฟังหมายเลขคิวหรือชื่อของตนเอง และไปยังช่องชำระเงินที่เจ้าหน้าที่ระบุ ไม่ย้ายไปต่อแถวอื่นจากการสังเกตผู้รับบริการด้านหน้า
- ตรวจรายการที่เรียกเก็บให้ตรงกับประเภทใบอนุญาตที่ยื่น เช่น ใบอนุญาตรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ หากต่อพร้อมกันมากกว่าหนึ่งประเภท ให้ยืนยันว่ารายการครบก่อนชำระ
- ชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางที่จุดบริการรองรับ และตรวจจำนวนเงินหรือยอดชำระก่อนยืนยันรายการ โดยไม่จำเป็นต้องคาดเดาอัตราจากกรณีของผู้รับบริการคนอื่น
- เก็บใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระเงินไว้จนกว่าจะได้รับบัตรและตรวจความถูกต้องเรียบร้อย เพราะเจ้าหน้าที่อาจใช้ประกอบการตรวจสอบหากรายการออกบัตรติดขัด
- เตรียมตัวก่อนถ่ายรูปใบขับขี่ด้วยการจัดทรงผมไม่ให้บังใบหน้า ถอดหมวก และนำสิ่งที่บดบังใบหน้าออกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หากสวมแว่น ให้รอฟังคำสั่งว่าต้องถอดหรือปรับอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดแสงสะท้อน
- นั่งตามตำแหน่งที่กำหนด มองกล้อง วางศีรษะให้ตรง และทำตามคำสั่งขณะถ่ายภาพ หากภาพไม่ชัดหรือหลับตา ให้ทักท้วงก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยืนยันใช้ภาพนั้นบนบัตร
- รับบัตรพร้อมหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ส่งคืน และอย่าเพิ่งออกจากสำนักงานขนส่งจนกว่าจะตรวจข้อมูลครบทุกจุด
- ตรวจชื่อและนามสกุล เลขประจำตัว ประเภทใบอนุญาต และวันสำคัญที่พิมพ์บนบัตร โดยเทียบกับบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารที่ยื่น ไม่ควรดูเพียงว่ารูปถ่ายเป็นของตนเองหรือไม่
- พลิกตรวจสภาพบัตรว่าตัวอักษรอ่านได้ ภาพไม่ผิดคน บัตรไม่แตกร้าว ไม่บิดงอ และไม่มีรอยพิมพ์ที่ทำให้ข้อมูลสำคัญขาดหาย
- แจ้งเจ้าหน้าที่ออกบัตรทันทีเมื่อพบข้อมูลผิด ภาพผิด หรือบัตรชำรุด พร้อมแสดงใบเสร็จและเอกสารที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขก่อนกลับช่วยลดปัญหาการนำใบขับขี่ที่ข้อมูลไม่ตรงไปใช้งานภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
ไปต่อใบขับขี่ที่ขนส่งควรไปก่อนเวลานัดหรือไม่
ควรไปถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อยเพื่อค้นหาอาคารและจุดรายงานตัวให้ทันเวลา เมื่อถึงแล้วควรติดต่อประชาสัมพันธ์หรือช่องบริการสำหรับผู้จองคิว ไม่ควรเริ่มต่อแถวโดยยังไม่ตรวจสอบว่าตรงกับประเภทบริการของตน
อบรมออนไลน์แล้วต้องอบรมซ้ำที่สำนักงานขนส่งไหม
โดยทั่วไปไม่ต้องอบรมซ้ำหากผลการอบรมได้รับการบันทึกและยังใช้ประกอบการดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจข้อมูลในระบบอีกครั้ง หากระบบไม่พบผลอบรมควรแสดงหลักฐานที่มีและขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
สามารถให้คนอื่นไปดำเนินการต่อใบขับขี่แทนได้ไหม
ไม่สามารถให้ผู้อื่นทำทุกขั้นตอนแทนได้ เพราะเจ้าของใบขับขี่ต้องยืนยันตัวตน เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพ และถ่ายรูปด้วยตนเอง ผู้ติดตามอาจช่วยจัดเตรียมสิ่งของหรือพาเดินทางได้ แต่การดำเนินการหลักต้องเป็นของผู้ขอรับบริการ
ต่อใบขับขี่เสร็จแล้วได้รับบัตรกลับทันทีไหม
โดยทั่วไปจะได้รับบัตรหลังผ่านการตรวจสอบ ชำระเงิน และถ่ายรูปครบตามกระบวนการของสำนักงานนั้น เมื่อรับบัตรควรตรวจชื่อ เลขประจำตัว ประเภทใบอนุญาต และวันสำคัญบนบัตรทันที หากพบข้อมูลผิดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนออกจากจุดบริการ

